ดูหนังออนไลน์: Fearless เกมซ่าปราบเซียน

ดูหนังออนไลน์: Fearless เกมซ่าปราบเซียน เฟียร์เลส เกมซ่าปราบเซียน เป็นเรื่องราวของรี๊ดเกมเมอร์วัยทีนที่เล่นเกมกำลังจะเข้าไปที่ด่านสุดท้ายที่ยังไม่มีใครเลยไปถึงได้ และในภารกิจสุดท้ายนี้เอง เขาได้ภารกิจอย่างการเลี้ยงลูกของซุปเปอร์ฮีโร่!! ที่โผล่มาจากวิดีโอเกมที่เขาเล่น!! ดูเหมือนว่าเรื่องนี้เองจะไม่ใช่เล่น ๆ เมื่อกองทัพสหรัฐเองก็จับสัญญาณจรวดที่พุ่งเข้าชนโลกได้ ทำให้ต้องจัดกองกำลังไปตรวจสอบที่นั้น และยังมีวายร้ายอย่าง ด็อกเตอร์อาเคนิสแห่งอวกาศสุดชั่วร้ายที่ต้องการจะขโมยพลังของเหล่าลูก ๆ ที่รี๊ดได้ภารกิจดูแลอยู่ เรื่องราวจะเป็นอย่างไรสามารถคลิกที่นี้เพื่อรับชมผ่านNetflix

เมื่อดูจากตัวอย่างจะพบว่าเนื้อเรื่องย่อมีความน่าสนใจมาก แต่เมื่อพอเรากลับไปดูตัวหนังของจริงกลับพบว่าวัตถุดิบเหล่านี้ปรุงแต่งออกมาได้ไม่ดีซะเหลือเกิน การดำเนินเนื้อเรื่องที่เรียบง่ายเดาทางได้ไปหมด ตัวละครมีความไม่มีความเป็นมนุษย์เลย เหมือนคาแรกเตอร์ที่มีหลายแบบ แต่นิสัยก็คล้าย ๆ กันหมด ราวกับว่าตัวละครเป็นเพียงแค่หุ่นเชิด ที่ไปตามบทเท่านั้น การออกแบบแอนิเมชั่นและบทตัวละคร ทำให้ผู้ชมรู้สึกไม่สมจริงไปกับมันในบางฉาก และการทำฉากพื้นหลังหรือวัตถุภายในเรื่องยังมีการเผาทำแบบลวก ๆ อีก จึงทำให้งานศิลป์ของเรื่องนี้เละเทะไปหมด

เนื้อเรื่องถ้าเทียบกับแอนิเมชั่นเรื่องอื่น ๆ ที่ฉายตามโรงหนัง หนังเรื่องนี้ถือว่ายังไม่ผ่านพอที่จะไปฉายสู้กับเรื่องอื่นได้ ถ้าสังเกตุภายในเรื่อง ถ้าจะให้เล่าทั้งหมดของเรื่องก็คงพูดได้ว่าทำภารกิจดูแลลูกยอดมนุษย์ และอัพเกรดพลังเพื่อสู้ตัวร้ายให้ชนะ และรอให้ปะป๊าของพวกเขามารับกลับไป มันมีแค่นี้จริง ๆ ไม่มีอะไรไปมากกว่านี้ แรงจูงใจตัวละครในเรื่องนี้มีเป้าหมายที่ยังไม่เด่นชัดพอที่จะทำให้ผู้ชมเอาใจช่วยได้ มันหมายความว่าอย่างไร? มันหมายความว่าเหตุผลที่ตัวละครเหล่านั้นต้องทำเป้าหมายให้สำเร็จยังไม่สมเหตุสมผลพอที่จะเชื่อ ที่จะทำให้มีอิมแพคพอที่จะทำให้ผู้ชมสนใจได้ ตัวร้ายอย่างดร. อาเคนิส มันชั่วร้ายอย่างไร? ความโหดของเขาเป็นอย่างไร? เรายังไม่เคยเห็นสักครั้งที่จะแสดงเป็นจอมชั่วร้ายเลย และอีกตัวละครอย่าง รี๊ด จนจบเรื่องเราก็ยังไม่รู้เลยว่าเป้าหมายหลักของเขาคืออะไรกันแน่ ตัวละครทั้งหมดมีความแบนราบไม่มีมิติให้น่าค้นหา มันจึงทำให้ส่วนของเนื้อเรื่องและการสร้างตัวละครของเรื่องนี้พังมาก ๆ

และอีกเรื่องต้องยอมรับเลยว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเดียวที่ทนดูพากย์ต้นฉบับอย่างภาษาอังกฤษไม่ได้เลย การมีอารมณ์ร่วมของบางตัวละครยังไม่พอพร้อมด้วยบทพูดที่ไม่สมจริง ทำให้มันยิ่งแย่เข้าไปอีก ถึงแม้จะมีนักพากย์มืออาชีพภายในเรื่องหลายคน ส่วนพากย์ไทย มันมีการเอ็นเตอร์เทนมากกว่าพากย์ต้นฉบับ การใส่เสียงให้ดูน่าเกรงขามของตัวร้าย ทำให้มีอารมณ์อยากดูมากกว่าเสียงต้นฉบับ